คำค้นหา
ประเทศ
ราคา
จำนวนวัน
เดือน


สถิติ
บริษัททัวร์ : 89
ทัวร์ทั้งหมด : 1,971
ผู้ชมวันนี้ : 51,963
เมื่อวาน : 53,658
 


ตามดูวาฬบรูด้า

ช่วงนี้ข่าววาฬบรูด้า เข้ามาป้วนเปี้ยนหากินอยู่แถว ๆ ชายฝั่งแหลมผักเบี้ย บางตะบูน จังหวัดเพชรบุรี ได้สร้างความคึกคักให้กับท้องทะเลบริเวณนั้นเป็นอย่างยิ่ง แต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยว นักดูนก นักดูปลา เดินทางมาเหมาเรือออกไปตามดูวาฬบรูด้ากันวันละมากมายหลายลำ เป็นการสร้างรายได้ กระจายเม็ดเงินลงไปสู่ชาวบ้านจำนวนมาก ความจริงข่าวการพบวาฬบรูด้านั้นมีมาเป็นระยะๆ ที่โน่นบ้าง ที่นี่บ้าง ทั้งทะเลฝั่งอ่าวไทยและทะเลฝั่งอันดามัน แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่มีที่ไหนและครั้งใดจะมีความคึกคักและมีผู้คนให้ความ สนใจเท่ากับครั้งนี้ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะการพบวาฬบรูด้าในพื้นที่อื่นๆ เป็นการพบเห็นชั่วครั้งชั่วคราว ชาวบ้าน ชาวเรืออาจจะพบกันวันสองวันหรืออยู่เป็นสัปดาห์แล้วก็หายไปไม่พบอีก ซึ่งจะมีการพบเห็นบ่อยๆและยาวนานครั้งหนึ่งก่อนหน้านี้ก็ที่บ้านบ่อนอก ประจวบคีรีขันธ์ ที่นั่นก็มีคนไปดูและถ่ายภาพมาได้บ้างเหมือนกัน แต่วาฬบรูด้าก็ไม่ได้อยู่นานและขึ้นมาโชว์ตัวกันอย่างถึงใจเหมือนครั้งนี้

ชาวประมงพื้นบ้านแถวบางตะบูนบอกว่าพบวาฬบรูด้าฝูงนี้มาตั้งแต่ต้น เดือนสิงหาคมแล้ว และก็ยังคงวนเวียนกินฝูงปลากะตักอยู่ไม่ไกลฝั่งยาวนานมาจนถึงวันนี้ นั่นจึงทำให้เกิดเป็นข่าวเผยแพร่ออกไปทั้งทางหน้าหนังสือพิมพ์และทางทีวี จนทำให้เกิดการรับรู้ของผู้คนและเกิดเป็นกิจกรรมพาคนไปลอยเรือดูวาฬเหมือน อย่างในต่างประเทศเขาทำกัน ซึ่งน่าจะเป็นครั้งแรกและเป็นแห่งแรกของเมืองไทยก็ว่าได้ สิ่งที่เกิดขึ้นก็น่าจะมาจากการที่ปีนี้มีปริมาณฝนตกลงมามาก ปริมาณน้ำจืด ตะกอนดิน และอินทรีย์สารต่างๆจากบนผืนแผ่นดินก็ไหลลงไปสู่ทะเลใกล้ชายฝั่งเป็นจำนวน มาก อันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ชาวบ้านเรียกว่า “ช่วงน้ำเบียด” หรือช่วงที่น้ำจืดหลากไหลลงไปชนกับน้ำเค็มจนเกิดการขยายตัวของแพลงก์ตอนใน ท้องทะเลขึ้นมากมายใกล้ชายฝั่ง ซึ่งแพลงก์ตอนจำนวนมากมายเหล่านี้ก็จะเป็นตัวดึงให้ฝูงปลาขนาดเล็กจำพวกปลา กะตักที่มีจำนวนมากมายมหาศาลในท้องทะเล อพยพเข้ามากินแพลงก์ตอน ฝูงปลากะตักและปลาเล็กๆเหล่านี้ก็เป็นตัวดึงปลาใหญ่และเจ้าวาฬบรูด้าที่ชื่น ชอบการกินปลากะตักอย่างยิ่งให้เดินทางเข้ามาอ้าปากไล่ช้อนฝูงปลากะตักกัน อย่างสนุกสนานเพลิดเพลินจนไม่ยอมหนีไปไหน

ความจริงนักชีววิทยาทางทะเลบอกวาฬบรูด้านั้นเป็นวาฬชนิดที่หากินอยู่ ประจำพื้นที่ ไม่ใช่นักเดินทางไกลไปทั่วท้องทะเลหรือข้ามมหาสมุทรไกลๆเหมือนวาฬชนิดอื่น ๆ บางคนก็เลยบอกว่าเป็นวาฬประจำถิ่นแถวๆ แหลมผักเบี้ย บางตะบูนเสียเลย ซึ่งผมมีความเห็นว่าคำว่าหากินประจำถิ่นของเจ้าวาฬบรูด้านั้นมันคงไม่ใช่วน เวียนอยู่แค่อ่าวใดอ่าวหนึ่งหรือรอบๆเกาะใดเกาะหนึ่งเท่านั้น แต่อาณาเขตหากินของมันก็คงต้องเป็นร้อย ๆ ตามรางกิโลเมตรนั่นแหละ ประเภทหากินประจำถิ่นวนเวียนอยู่ในอ่าวไทยอะไรทำนองนั้น และที่เป็นลักษณะพิเศษของวาฬบรูด้าในท้องทะเลไทยนั้น นักชีววิทยาทางทะเลจากต่างประเทศได้ให้ความสนใจและตั้งข้อสังเกตว่ามันมี ขนาดเล็กกว่าวาฬบรูด้าที่พบตามท้องทะเลอื่นๆของโลก ซึ่งอาจจะสามารถแยกเป็นวาฬบรูด้าชนิดใหม่ของโลกก็มีทางเป็นไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ก็คงต้องมีการศึกษาวิจัยกันให้ได้รายละเอียดมากกว่านี้

หลายคนอาจจะสนใจไปล่องเรือดูวาฬบรูด้าก่อนที่มันจะออกทะเลไกลไปเสีย ก็อยากให้มาลองทำความรู้จักกับวาฬบรูด้ากันก่อน ซึ่งความจริงสัตว์จำพวกวาฬหรือที่หลายๆคนเรียกปลาวาฬนั้น แม้นจะมีรูปร่างมีครีบมีหางและอาศัยอยู่ในทะเลเหมือนปลา แต่มันก็ไม่ใช่ปลาแต่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนกับคนอย่างเรา วาฬเป็นสัตว์เลือดอุ่น ไม่ได้เป็นสัตว์เลือดเย็นเหมือนกับปลา ทั้งยังหายใจโดยใช้ช่องจมูกหายใจเอาอากาศเข้าไปสู่ปอดไม่ได้ใช้เหงือกกรอง เอาอ๊อกซิเจนในน้ำเหมือนปลา ดังนั้นวาฬจึงจำเป็นต้องโผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำ

โดยเมื่อวาฬโผล่ช่องหายใจที่อยู่ส่วนบนของหลังขึ้นพ้นผิวน้ำ มันก็จะต้องพ่นน้ำออกให้หมดจากท่อหายใจเหมือนกับตอนที่เราดำน้ำด้วยท่อสนอร์ เกิ้ลเมื่อโผล่ขึ้นมาพ้นน้ำก็ต้องเป่าพ่นน้ำที่ค้างอยู่ในท่อออกให้หมดก่อน จะสูดหายใจเข้าไป เราจึงเห็นวาฬพ่นน้ำเกือบทุกครั้งที่มันโผล่ขึ้นมาหายใจ วาฬนั้นจะตั้งท้องแล้วออกลูกเป็นตัว ไม่ได้ออกลูกเป็นไข่เหมือนปลา โดยวาฬบรูด้านั้นจะตั้งท้องราว 1 ปี และคลอดลูกออกมามีขนาดลำตัวยาวราว 2-3 เมตร แม่วาฬจะว่ายน้ำคลอเคลียพยุงลูก ดันตัวขึ้นมาให้หัดหายใจ และให้นมจากเต้าที่อยู่บริเวณใต้ครีบกับลูกอ่อน และจะเลี้ยงดูให้นมลูกไปประมาณ 1 ปีซึ่งใกล้เคียงกับมนุษย์เรา วาฬบรูด้านั้นเมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดยาว 14-15 เมตร มีน้ำหนักตัวราว 20-25 ตันเลยทีเดียว และจะมีอายุยืนยาวได้ถึงราว 50 ปี สิ่งที่สัตว์จำพวกวาฬและโลมาซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีความแตกต่างจาก ปลาอีกอย่างก็คือ วาฬและโลมามีแพนหางราบขนานกับพื้น ไม่ได้ตั้งขึ้นเหมือนปลา และใช้แพนหางโบกกระพือว่ายน้ำขึ้นลงทางแนวตั้ง ไม่ได้ส่ายหางไปมาด้านข้างเหมือนกับปลา

วาฬบรูด้านนั้นจัดเป็นวาฬขนาดกลาง ลำตัวมีสีเทาเข้มรูปทรงยาวเรียวเพียวน้ำ ใต้ท้องมีสีจางกว่า ส่วนหัวเรียวแหลมแผ่กว้างบนหัวมีแนวสัน 3 สันยาวไปจนถึงช่องหายใจ ด้านล่างของปากบริเวณใต้คางไปจนถึงท้องจะมีแนวร่องยาวเรียงกันราว 40-70 ร่อง เหมือนเป็นรอยพับของหีบเพลงที่สามารถจะคลี่ขยายออกมาเป็นถุงอวนขนาดใหญ่เวลา ที่วาฬบรูด้าปากกว้างฮุบน้ำที่เต็มไปด้วยฝูงปลาขนาดเล็กเข้าไปในถุงใต้ปาก โดยวาฬบรูด้าเป็นวาฬที่ไม่มีฟัน แต่จะมีแผงกรองที่เรียกว่าบาลีน(Baleen) ซึ่งเป็นเส้นกรองเรียงถี่ๆคล้ายกับแปรงหรือหวีเรียงรายอยู่ในปากราว 250-370 แผ่น แผ่นกรองเหล่านี้จะเป็นตัวดักปลาและอาหารเล็กๆ ไว้ตอนที่มันพ่นน้ำที่ฮุบออกมาจากปาก ปรกติจะพบวาฬบรูด้าครั้งละ 1-2 ตัว แต่ที่แหลมผักเบี้ยและบางตะบูน เพชรบุรีนี้ มีการพบรวมกันบริเวณนั้นนับสิบตัวเลยทีเดียว

แม้นจะตื่นเต้นกับกิจกรรมดูวาฬกันเป็นล่ำเป็นสันครั้งแรกในประเทศไทย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่ต้องขอเตือนกันไว้ก่อนก็คือ เรื่องของความปลอดภัยของท่านที่จะออกไปลอยเรือดูวาฬบรูด้า สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึงก็คือ สภาพอากาศ เช่นต้องเช็คดูให้แน่นอนเสียก่อนว่าวันที่จะออกไปดูนั้นคลื่นลมสงบเงียบดี ไหม ถ้าทะเลปั่นป่วนมีคลื่นลมก็อย่าออกไปเสี่ยงเลยครับ เพราะจุดที่จะไปดูวาฬนั้นอยู่กลางทะเล ไม่มีที่หลบคลื่นลม ต้องไปลอยลำให้คลื่นโยนไปมาให้เกิดความเสี่ยงหรือเกิดอาการเมาคลื่นเล่นเสีย เปล่าๆ และทะเลที่มีคลื่นนั้นก็ยากจะสังเกตเห็นวาฬที่โผล่ขึ้นมาพ้นน้ำ ไม่เหมือนกันช่วงทะเลเรียบๆ โผล่ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็สามารถมองเห็นได้จากระยะไกลๆ อย่างชัดเจน

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงให้มากอันดับถัดมาก็คือ ขนาดของเรือที่ออกไปจะต้องไม่เล็กจนเกินไป เพราะแล่นออกห่างจากฝั่งราวชั่วโมงเศษ และอาจจะแล่นหรือลอยลำหาจุดที่ปลาขึ้นเป็นเวลานานถึง 3-4 ชั่วโมงก็มี และเรือที่ออกไปต้องมีชูชีพสำหรับผู้โดยสารทุกคน ประเภทไม่เป็นไรหรอกทะเลเรียบไม่ต้องมีชูชีพก็ได้นั้นอย่าไปใช้บริการอย่าง เด็ดขาด อย่าเอาชีวิตไปเสี่ยงครับ และสุดท้าย การเข้าไปดูวาฬบูด้านั้น ควรเคารพกฎกติกาที่จะไม่ไปรบกวนวาฬมากนัก เมื่อพบแล้วควรจอดเรือลอยลำอยู่ด้านเดียวกันในระยะห่างราว 300 เมตรขึ้นไป เพราะจะได้ไม่ไปกดดันให้วาฬต้องตื่นหนี หรือเข้าไปใกล้จนทำให้ฝูงปลากะตักที่วาฬได้ตีวงล้อมไล่ต้อนให้มารวมกันก่อน ที่จะฮุบเหยื่อแตกหนีไปเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย ซึ่งวาฬจะอดอาหารจานโปรดเสียเปล่าๆ และในที่สุดก็จะหนีออกไปให้ไกล ๆ ก็จะอดดูกัน หรือหากทำให้มันรู้สึกว่าบริเวณนี้ถูกรบกวนมากและดูไม่ปลอดภัย ปีหน้ามันอาจจะไม่เข้ามาอีกเลยก็เป็นได้ ฉะนั้นก็ขอให้ใช้ความระมัดระวังกันหน่อยทั้งเจ้าของเรือและผู้ที่จะเข้าไปดู เพื่อให้กิจกรรมของคนและวิถีชีวิตของวาฬดำเนินไปได้ด้วยกันอย่างมีความสุข ทั้งสองฝ่าย


อัพเดทข้อมูลท่องเที่ยวล่าสุด : 26 มิ.ย. 2014
ขอบคุณข้อมูลจาก: ผู้จัดการ Online ส่งรูปภาพหรือข้อมูลท่องเที่ยวประจำจังหวัดของท่านมาประชาสัมพันธ์ ได้ที่ info@guru-tour.com



รูปภาพนี้เกิดจากการรวบรวมจากแหล่งต่างๆ และมีผู้ส่งมาให้ ซึ่งอาจมีลิขสิทธิ์
ถ้าท่านพบรูปภาพที่ไม่ถูกต้อง กรุณาแจ้งเวบมาสเตอร์ คลิกที่นี่
หากท่านเป็นเจ้าของรูปภาพ กรุณาติดต่อเรา เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ



แนะนำทัวร์ แพ็คเกจท่องเที่ยวที่น่าสนใจ 


  • โปรโมทแพ็คเกจทัวร์ของคุณได้ที่นี่
  •  
    บทความท่องเที่ยวที่น่าสนใจ 


  • วัดโพธิ์ (Wat Pho) หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร    
  • 26 ก.ย. 2014
  • สวนสันติชัยปราการ (Santi Chai Prakan Pavilion and Public Park)    
  • 26 ก.ย. 2014
  • พิพิธภัณฑ์เรือพระราชพิธี (National Museum Of Royal Barges)    
  • 26 ก.ย. 2014
  • พระบรมมหาราชวัง (Grand Palace)     
  • 26 ก.ย. 2014
  • 4 งานช้าง เมืองสุรินทร์ ยิ่งใหญ่ หนึ่งเดียวในโลก    
  • 8 ก.ย. 2014
  • ดำดิ่งใต้โลกทะเลชุมพร ต้องมนต์เสน่ห์ปากน้ำฯ ยลอาทิตย์อัสดงที่เขามัทรี    
  • 16 ก.ค. 2014
  • 10 สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝน    
  • 2 ก.ค. 2014
  • เชียงราย    
  • 26 มิ.ย. 2014
  • Art in Paradise ดินแดนภาพ 3 มิติ    
  • 26 มิ.ย. 2014
  • ตามดูวาฬบรูด้า    
  • 26 มิ.ย. 2014
  • More...
  •